อัพเดทหลังบ้านสตูดิโอวัดสักวันศุกร์ ตอน: โดคุโฉะ คันโซบุง และคอมิคเจอนัล

10:43am ถือเป็นโอกาสอันดี วันศุกร์พอดี ที่เคยบอกตัวเองไว้ช่วงที่เริ่มยุ่ง จากการทำหลายอย่าง ตามสไตล์ คนสมองแล่นตลอดเวลาอย่างผม ว่า สุดท้าย อย่างน้อย ขอบล็อกอาทิตย์ละครั้ง วันศุกร์ก็ยังดี วันนี้ วันศุกร์พอดีครับ เป็นจังหวะที่ หลายอย่างที่อยากจะได้เอามาบล็อกที่นี่ ขอเขียนเป็น bullet ก่อนประมาณนี้นะ

  • ไม่อยากจะลงงานที่ไอจีเป็นหลัก ตรงนั้นเป็นเพียงหน้าต่างเท่านั้น ยังไงผมก็เชื่อในการเขียนยาว การอ่านยาว อย่างบนบล็อกที่เชื่อว่า ทั้งผมเอง และผู้อ่าน ผู้ที่สนใจในงานของผม จะได้ใช้เวลา ลงลึกไปกับผมได้ กับงาน กับสิ่งที่ผมอยากจะสื่อสาร มากกว่าไอจี ที่เค้าก็ไม่ได้ว่าไม่ดีอะไร แต่ว่า จุดมุ่งหมายเราต่างกัน ตรงนั้น ผมมองว่า ยังไง ก็เพื่อจุดประสงค์ของการได้เชื่อมต่อกัน หรือว่าเสพข้อมูลแบบไวๆมากกว่า

  • ต่อมา ช่วงนี้ที่ ทั้งได้กลับไปดูซีรีส์เด็ดๆอย่าง DTF St. Louise on HBO Max หรือว่า เกิดตะกอนความคิด การสังเกตจากการอยู่บ้าน นานขึ้นๆ จนได้รับมอบหมายหน้าที่พ่อบ้าน มาโดยไม่รู้ตัว ทั้งการดูแลพ่อแม่ (เท่าที่ผมทำได้ ผมก็ไม่ได้ลูกประเสริฐอะไรขนาดนั้นหรอกคุณ) แล้วก็ การที่ได้ไปเจอเพื่อนนอกบ้านนานๆที มันกลายเป็นโมเมนต์ ที่นอกเหนือจากชีวิตประจำวันกับการพยายามสร้างงานไม้หัว หรือว่าเรียนญี่ปุ่น ที่ผมอยากจะได้เอามาเขียน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของ คันโซบุง(感想文) หรือว่า บทเขียน หลังจากที่เสพเรื่องราว ผ่านการอ่าน หรือดู หรือว่า ในรูปแบบของคอมิคเจอนัล ที่ผมเรียกเอง กับการ กึ่งเขียนกึ่งวาด ความทรงจำ จินตนาการ ความคืด ออกมาเป็นรูปแบบของ ภาพประกอบกึ่งคอมิค ที่คิดว่า อยากจะได้ทำเพื่อ สะท้อน เก็บ จัดระเบียบ ความทรงจำ ความคิด ความรู้สึก ที่ผมมีต่อโลกและชีวิต เพื่อจะได้ใช้เป็นวัตถุดิบต่อไปในฐานะของครีเอเตอร์คนหนึ่ง

  • ส่วนของโดคุโฉะ (読書)หรือก็คือ คำเพราะๆ ในภาษาญี่ปุ่น ที่แปลว่า การอ่าน อันนี้ก็อยากจะโน้ตไว้ในหัวข้อเดียวกันด้วย เพราะเป็นสิ่งที่ตนเองก็ยังคิดว่า ยังต้องพยายามวนเวียน ทำให้ได้ประจำ ในทุกๆวัน เพื่อรับเราข้อมูลใหม่ๆ รวมถึง ได้ขัดเกลาเทสต์ และความสนใจ ของตนเองไปในตัวด้วย รวมถึง เตรียมตัวตัวเองให้พร้อมกับการอยากจะกลับไปเรียนปริญญาโท ในปีหน้าด้วยครับ กับการฝึกกลับมามีสมาธิกับการอ่านมากขึ้น ทีละนิดๆ แล้วก็​ได้พักตัวเองจากจอด้วย แล้วก็จากความเหงาที่เป็นพิษ บาดลึกในใจ โอ๊ย เจ็บ~ ปัจจุบัน เลยใช้วิธีว่า เขียนหนังสือที่อยากอ่านให้จบ ไว้ใน reading journal ที่เคยซื้อไว้นานแล้ว แม้จะมีวันไหน ไปหยิบเล่มใหม่ อย่างน้อยเราได้บันทึกให้ตัวเองรู้ไว้แล้วว่า ตอนนี้มีในถัง รออ่านจบกี่เล่ม แต่ๆๆ ก็ไม่กดดันตัวเองเกินไป เพราะ กองดองไม่ใช่ว่าจะไม่ดีเสมอไปที่ไหน หนังสือ ผมก็เชื่อว่า ไม่ใช่ทุกเล่มจะต้องถูกอ่านในลักษณะเดียวกัน บางเล่ม เราอยากอ่านให้จบตลอดเล่ม แต่บางเล่ม ก็เป็นเหมือน เพียง google search เพียงหนึ่งครั้ง หรือถ้าย้อนเวลาไปตอนเด็ก ก็เป็นเหมือน การเดินเข้าห้องสมุดเพื่อไป browse หาหนังสือ ตามความสนใจตอนนั้นๆ แล้วก็อ่านเท่าที่เราสนใจ ก็เพียงพอ เก็บเข้าชั้นต่อได้ ประมาณนี้ครับ สรุป หนังสือที่อ่าน แบ่งเป็น อยากอ่านจบ ก็เอาใส่ reading journal ส่วนที่อ่านตามฟีล ก็ปล่อยอิสระ อยากหยิบตอนไหนก็หยิบเลย แบบนั้นครับ

อ่าเค มาพิมพ์เกริ่นไว้เท่านี้ก่อนครับ สรุปอีกรอบ หนังสือที่อ่าน อ่านเสร็จแล้วถ้าอยากเขียนบันทึกตามหลัง ก็เอาไปเขียนลงใน reading journal ส่วนเวลาดูหนัง แล้วเกิดมือสั่นอยากฟรีไรต์ ก็เอาไปลง evernote ส่วนตรงนี้ เป็นเหมือน หน้าต่างจากสตูดิโอ ที่ผมจะมาเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้กำลังทำอะไร เกิดความคิดการตกตะกอนอะไร แบบนี้ดีกว่า อ่าเค ส่วน คอมิคเจอนัล ก็ เอาลงไอจี tongengkrub หรือมั้งนะ อย่างเมื่อวานกินอาหารเมียนมาร์ กับเพื่อนสาวรุ่นพี่มาครับ อ่า สรุปไปๆมาๆ ตามนี้ ผมว่า ลงไว้ตรงนั้นดีกว่า จะได้ ‘เป็นระเบียบ’ หน่อยครับ อืม สรุปบล็อกเอาไว้ เล่า หลังบ้านสตูดิโอของผม เช่นกำลังรีเสิร์ชอะไรอยู่ ก็ได้เหมือนกันเป็นต้น โอเคบายครับ

10:57am จากห้องพี่สาว บนโต๊ะกินข้าว หลังจากทานโจ๊กหมูร้านปรินซ์ และปาท่องโก๋แบบแทะเล็มเพราะกลัว LDL เห้อ สุขภาพ~

Next
Next

บล็อกวันศุกร์: สตูดิโออัพเดท 5 นาที