บล็อกวันศุกร์: Nothing is Impossible and Pixelated Childhood
12:30pm วันนี้ เหมือนชีวิตจะไปแตะเรื่องราวของหญิงใหญ่ อาจจะเป็นสัญญาณตั้งแต่เมื่อวานช่วงเย็น จังหวะที่มีแสงสีส้มสาดเข้ามาในห้อง ทำให้ตนเองมองไปยังรูปวาดของหญิงใหญ่ในกรอบรูป ซึ่งในภาพ เธอก็กำลังร้องเพลงอกหัก มองไปยังบ้านหลังตรงข้าม ยามเย็นแสงอาทิตย์สีส้มสาดเหมือนกันเลยครับ
สำหรับวันนี้ ยังไม่แน่ใจว่าจะบล็อกคุยเรื่องอะไรดี จะเป็นการค้นคว้าเรื่องราวไม้หัวไปเขียนหนังสือก็ไม่ใช่ เพราะเมื่อวานสุดท้าย ที่คิดเอาหนังสือภาพไม้หัว ไปไหวคิวหลังสุด ทำให้สุดท้ายไม่ได้ทำ ซึ่งก็ไม่ได้ว่าอะไรตัวเองขนาดนั้นนะ เพราะบ่อยยก็ไปเอางานอื่นที่รีบกว่าช่วงนี้มาเคลียร์ เช่น การเตรียมตัวเพื่อไปอีเว้นท์อาร์ตทอยที่ภูเก็ตครับ จริงๆ เรื่องแรงบันดาลใจ เช้านี้ก็มีเล่มนึง ที่อัดคลิปลงในไอจี tongengkrub ไปอยู่เหมือนกัน ที่เปิดหนังสือรวม สเก็ตช์ ที่เรียกว่า ラクガキ ที่เป็นเหมือนการจัดเขียนตามขอบมุมกระดาษ เวลาเราไม่ได้ตั้งใจฟังคลาสหรือว่า นั่งประชุมแล้วมันเบื่อขึ้นมาอะไรแบบนั้น ของ ชินสุเกะ โยชิทาเกะ ครับ ก็คือ ทำซีนของเราต่อไปนั่นแหล่ะ
ไม่ๆ ผมหลุดประเด็นละ ที่จะคุยวันนี้เป็นเรื่องหญิงใหญ่ เพราะว่า นอกจากจะมีเรื่องรูปที่มองดูเมื่อวาน เช้านี้ก็ยังฟังเพลงของ Mariah Carey, Nothing is Impossible ที่เป็นการให้เรากลับไปฟังเสียงวิญญาณปลุกใจในตัวเราเอง สิ่งที่เธอต้องเรียนรู้หลังจากที่คอยพึ่งพา ความสัมพันธ์ภายนอก ไม่ว่าจะจากกลุ่มเพื่อน (หลายๆกลุ่ม) หรือจากคนรักก็ตาม ทำให้เธอต้องออกเดินทาง นั่งรถไฟไปยังภาคใต้ เพื่อตามหาดอกไม้ ความงาม ที่เธอหลงใหล แต่ไม่เคยได้ลงลึก ซึ่งจริงๆก็พ้องกับผมเอง ที่อาทิตย์หน้า ก็จะได้ไปตามหาดอกบัวผุดกับเพื่อนสาวเหมือนกันครับ ที่อุทยานแห่งชาติเขาสก บอกตัวเองไว้ด้วยแล้วว่า ต้องไม่ลืม เอาหนังสือไปสเก็ตช์ด้วยครั้งนี้ครับ พอดีได้แรงบันดาลใจจากช่วงนี้ ที่เอาสมุดสเก็ตช์ ตอนไปเดินตามมิวเซียม สมัยที่เรียนที่ RCA กลับมาค่อยๆเปิดดูน่ะครับ
ส่วนอีกเรื่อง ที่อยากเอามาเขียน ก็คือ ความทรงจำวัยเยาว์ ทั้ง ทามาก็อคติ แล้วก็โปเกม่อน ที่ต่างเริ่มจาก เกมส์ที่เป็น Pixel ซึ่งกำลังสอนผมว่า ความสนุก แล้วก็ความง่าย แต่ว่าจบ สำเร็จ เป็นสิ่งที่น่าจะใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างโลกของตัวเองเช่นกัน อย่างเมื่อวาน ได้กลับไปเอาโปรเจค ไลน์สติกเกกอร์มอนิ่งขอายสนเล็กมาทำต่อชิ้นที่ห้า แล้ว แต่ว่ายังไม่เสร็จครับ เดี๋ยววันนี้ก็ต้องลุยต่อ เดี่ยวเริ่มจาก note.com ก่อนเนี่ยแหล่ะ ห้ามขาดเกินหนึ่งวัน ไม่งั้นโมเมนตั้มจะเอากลับมายากมากๆครับ
อีกเรื่องคือดนตรี หวังว่า ตั้งแต่เล่มสี่ ที่เป็นชายกลาง ก็น่าจะเริ่มมีเรื่องของดนตรีเข้ามาเกี่ยว ชายกลางอาจจะชอบให้หญิงเล้กเล่นไวโอลินคลาสสิก เพื่อให้ตัวเองเข้า flow ไปกับการอ่าน แล้วก็วิเคราะห์ความรู้อะไรบางอย่างก็ได้นะ ผมคิดถึงเพลงประกอบซีรีส์ Staircase ของ HBO MAX เพลงนั้นน่าจะเป็นเพลงประจำตัวชายกลางได้ (ในขณะที่เพลงประจำตัวของหญิงเล็ก น่าจะเป็นทะเลใจ ของคาราบาวครับ ไม่สิน่าจะเป็นเพลงคลาสสิคที่เคยได้ยินในเรื่องไททานิกมากกว่า)
เอาว่า ใจความสำคัญของบล็อกวันนี้ยังเคาะไม่ออก ไว้ค่อยไปถามพี่ยอด แต่อย่างนึงที่สำคัญคือ อย่า ลืม เอา สเก็ตช์บุ๊ค ไป เขาสก ด้วยล่ะ บาย สวัสดีครับ (ป.ล. อยากรู้จังว่า ถ้าเป็นหญิงใหญ่เข้าป่า เธอจะฮัมเพลงอะไร อาจจะเป็น ชีวิตลิขิตเอง ของ พี่เบิร์ด ธงไชยไหมนะ หรือว่า พูดอีกทีของ คริสติน่า อากิล่า หรือว่า รักยังไม่ต้องการ ของพี่มาช้า ก็ไม่แน่ใจครับ)
ไปจริงๆละครับ บ๊ายบาย
หญิงใหญ่ร้องเพลงเยียวยาจิตใจตนเอง
เพราะเสียงที่ขับร้องเองนั้น หนักแน่น แล้วก็ทรงพลังที่สุด