บล็อกวันจันทร์: เลือกไม่ได้ ก็เอาหมดเลยแล้วกัน - แรงบันดาลใจ งานศิลปะ และความเชื่อมโยง - ศิลปะทำให้ชีวิตเชื่อมต่อกัน (พี่ยอดช่วยเคาะ!)
11:23am เย้ย มามุมไหนเนี่ย ก็ มุมที่เพราะๆ เหมือนกับเพลง ได้อย่างเสียอย่าง ของ อัสนีย์ วสันต์แล้วกันครับ พอดี ฟังเพลงนี้เช้านี้ แล้วมันก็เลยขอโยงเข้ามากับเรื่องชีวิตตอนนี้ ที่มีหลายเรื่องหลายอย่าง แต่ผมก็เลือกไม่ได้ เหมือนที่ในเพลง บอกว่า ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง ผมขอ เอามาฟิวชั่น แปลงร่าง เหมือบกับมนุษย์ต้นไม้ เลยแล้วกันนะครับ
มาวันนี้ จะบล็อกเรื่องอะไร ทีแรกจะบล็อกเรื่อง วีคเอนต์ที่ผ่านมา เป็น การไปรับแรงบันดาลใจ จากกิจกรรมหลายๆอย่าง ดีกว่าละกันครับ แล้วค่อบจบด้วยการทำงาน ไล่ไปตามแพลนเนอร์ จาก note.com หนังสือภาพ (ไม่ต้องอาจจะแล้วโนะ หนังสือภาพเนี่ยแหล่ะ keep it simple and clear please!) อะไรอีก ก็ ส่วนเรื่องอื่น อย่าง ซีนสาม ก็ต้องทำให้ง่ายขึ้น เช่นเป็นภาษาอังกฤษไปเลยน่ะงิ แล้วจะได้ทำงานไลน์สติกเกอร์ต่อครับ ส่วนอนิเมชั่นไมค์ ไว้ทำพรุ่งนี้ เพราะเรียนวันพุธใช่ม้า ก็ทำให้ง่ายด้วยการ ทำมันก่อนหนึ่งวันเนี่ยแหล่ะ
เอาล่ะ ตอนนี้ก็ฟังเพลงไปด้วย สมองจะได้คิดได้ง่ายขึ้น ด้วยการคิดให้น้อยที่สุด ใช้ intuition นำไปเลยโลด งานแรกก็วันเสาร์ที่ผ่านมาครับ กับนักร้องหญิงดีว่า Lea Salonga ที่ผมได้มีโอกาสไปดูกับแม่แล้วก็พี่สาว ตลกมาระหว่างดู แม่ที่นั่งข้างๆผมก็กระซิบคุยว่า เออทอง ดีนะ คนที่ได้ดูด้านหน้าแบบใกล้ประชิดนักร้องอ่ะ น่าจะได้เห็นนักร้องร้องแล้วก็คอสั่นไปด้วย อะไรแบบนั้น ผมก็ขำในใจ ฮ่าๆ อะไรจะอยากได้ใกล้ชิดขนาดน้านนนน จุดที่ผมอยู่ก็ใกล้มากๆแล้วครับ มองซ้ายจะเห็นนักร้อง ขนาดประมาณ หนึ่งนิ้วไหมนะ ทางขวาจะเป็นจอทีวี ตัวเองเลยหันไปหันมา ใจนึงก็อยากเห็นสีหน้าให้ชัด อีกใจก็อยากได้ฟีลว่า เรามาฟังนักร้องตัวจริงร้องเพลงนะ เอาจริง ตอนแรก คิดว่า เสียงดนตรีเบาไปหน่อย มันเกิดความขัดใจนิดหนึ่ง อาจจะเพราะเราอยู่ในยุค ไม่ก็ผมเอง ที่อยู่ในถ้ำ เอาแต่ฟังอะไรจากหูฟัง เลยเปิดเสียงดังได้ตามใจชอบ แต่การเอาตัวเอง มาอยู่ในฮอลแบบนี้ ต้องจัดการเวลาพาแม่มา นัดพี่สาวให้เรียบร้อย ผมว่ามันได้อะไรมากกว่า การฟังเพลงเพราะ มันคือการเอาชีวิตทุกคนมาเชื่อมโยงโมเมนต์ด้วยกัน ผมว่า มันทำให้ชีวิตรุ่มรวยขึ้นแหล่ะนะ ก็ดีใจจริงๆที่ได้มีโอกาสฟัง นักร้องตัวจริงเพลงดังคลาสสิคที่ได้ยินแต่เด็กอย่าง A Whole New World หรือว่า Reflection หรือว่า อะไรนะ On My Own ด้วยน่ะครับ ฟินมาก จบด้วยเพลง Somewhere over the rainbow มีอีกจุดที่ประทับใจมาก คือช่วงที่ Lea ร้องเพลงประกอบหนัง แล้วก็ร้อง My Heart Will Go On แล้วก็พูดออกไมค์ด้วยว่า I love you Celine!!! เนี่ยเห็นป่ะ (บอกตัวเอง) แปลกอะไรที่ศิลปิน จะมีศิลปินคนอื่นเป็นแรงบันดาลใจ มันเรื่องปกติมาก ต้องคอยบอกอีโก้ศิลปินตัวเอง ที่ชอบคิดว่าเราต้อง Always original อะไรแบบนั้นประทับใจมาก รวมถึง โมเมนต์ที่เค้าพูดถึงละครบรอดเวย์ Miss Saigon ที่เค้าได้รางวัล Tony ว่า มันเพราะรางวัลนั้นเลย ที่ทำให้เธอมีทุกวันนี้ได้อ่ะ ดีใจที่ได้ร่วมปรบมือ ให้กำลังใจเค้าในโมเมนต์นั้น ดีใจที่ได้กระโดดบ๊ายบายเค้าตอนจบ ด้วย โอยซึ้ง จะร้องไห้ เนี่ยเห็นป่ะ งานศิลปะ มันสร้างความเชื่อมโยง เราคนฟัง ก็อยากจะบอกศิลปินว่าขอบคุณนะ ที่สร้างอะไรดีๆแบบนี้ (แน่นอน มีมากกว่านั้น เล่ามาตอนนี้ก็นึกถึงคลาสเปียโน ตอนเด็กที่พ่อพาไปเรียนด้วยมั้งนะ กับ เพลงเปียโนดิสนีย์ จริงๆนอกจาก Lea ผมก็มีพ่อผมนี่แหล่ะด้วย ที่ต้องขอบคุณที่เค้าเปิดโลกอนิเมชั่น โลกการ์ตูน โลกความฝันให้ผมน่ะ)
โอเคไปต่อ วันอาทิตย์เช้า ก็เข้าสวนลุมไปถ่ายรูปกับลูฟี่กับชอปเปอร์ครับ เป็นงานที่ทราบโดยบังเอิญเพิ่งจะไม่นาน ตัวเอง ไม่ได้อ่านวันพีซแล้ว แต่กยังจำได้ว่าตัวเองรักมากกก ในช่วงแรกของการ์ตูน ตอนเด็กเคยเล่นเกมส์ต่อสู้ บ้าขนาดทีว่าต้องไปปรินท์กระดาษมาจดเป็นตารางเลยนะ ว่าสู้คู่ไหนไปกี่ครั้งแล้ว เพราะว่า เหมือนไปอ่านมาว่า ถ้าเล่นให้ครบ เท่านี้ๆครั้ง จะได้ตัวละครลับออกมา ประมาณนั้น เห้อ ช่วงเวลาที่เรายังต้องพึ่งพาเรื่องราวคนอื่นเพื่อให้ชีวิตไปต่อน่ะนะ ช่วงนี้ก็พึ่งพานะ แต่ก็พึ่งลดลง เพราะเรามีเรื่องราวของเราแล้วให้เล่าต่อ เหมือนคนมีลูก ที่เริ่มมีหน้าที่รับผิดชอบของตัวเองอ่ะคุณ
จบด้วยเซสชั่นบ่ายกับ การไปเข้าสวนสาธารณะร้อนๆ แต่กลับสบายใจ (สลับร้อนใจ) กับการไปปักผ้า ในสวนธนบุรีรมย์กับกิจกรรม Park ใจในสวนครับ ตอนแรกจะไปบันทึก เตรียม ดินสอสีมาเรียบร้อย แต่ฟังครูพูดเรื่องการหยิบ เข็มด้าย มาอยู่กับใจ กับงานศิลปะตรงหน้า โอ้ โห จิตวิญญาณหญิงเล็กมันแล่นคะ ต้องขอเปลี่ยนกิจกรรมทันทีครับ สุดท้าย เลยปักผ้า เอาแรงบันดาลใจจาก ลายของหอย อันนี้ก็ด้วย เป็นการทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เหมือนเทคนิค Exquisite Corpse คือ เป็นการปักแบบ คอลลาจ ครึ่งแรกก็เอารูปทรงหอยที่ชอบมาปัก ครึ่งหลังเอาเหมือนด้านบนของ ผลหมากรากไม้สักอย่างสีเขียวมาใช้ผสมบ้าง จบ ได้แล้ว เป็นรูปทรงใหม่ที่ออริจินัล ประมาณนั้น ไปละครับ หมดเวลาสักพักละ
กลับสู่การสร้างงานตัวเองต่อ เอาสมาธิกลับมาจากแรงบันดาลใจอันหลากหลาย มาปัก เย็บ ชุน เข้ามาให้เป็นผลงาน เหมือนกับที่ Stephen King บอกไว้นั่นแหล่ะ ว่าชีวิตเรามันก็แรนด้อม เค้าก็เลยไม่ค่อยจะพล็อตเรื่องราวที่เขียน ผมก็คงต้องกลับไปยินดีกับความคิดแบบนั้นอีกสักครั้ง แล้วก็กลับเอาสมาธิคืนมากจากช่วงนี้ที่เข้าแอพเดท บ่อยครั้ง
เอ๋
สวัสดีครับ