สวัสดีวันจันทร์ เทค 2
4:51PM โอเค ตั้งสติใหม่ครับ กับ Slow Productivity นี่สินะ คือการที่เราต้องยั้งตัวเอง เปลี่ยนเกียร์เป็นถอยหลังสักหน่อย (พร้อมดูกระจกหลังไปด้วย) ไม่ใช่อะไรครับ ทีแรก โพสต์บล็อกวันนี้ไปแล้วนะ แต่จังหวะที่พิมพ์ตอนนั้น ใจยังไม่สงบเท่าไหร่ เพราะอยู่นอกบ้านด้วยแหล่ะ ที่คาเฟ่ (ซึ่งเคยมีอดีตไปโวยวายไว้ยกใหญ่ด้วย ยิ่งทำให้ใจสั่นคลอน) เลยพิมพ์วิจารณ์หนังที่เพิ่งดูไป แรงไปสักหน่อย ขอมาเขียนใหม่อีกทีนึงครับ
ก็เรื่อง PONIES นี่แหล่ะ ที่ผมดูช่วงนี้นะ (วันนี้ขอฝากทามาก็อตจิ ไว้กับ แนนนี่ก่อนนะครับ เพราะว่า เดี๋ยวบล็อกเสร็จ ก็มีงานอีกประมาณสามอย่างต่อคิว ตามปรัชญาน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้แล้วนะ สามนี่แหล่ะ น้อยได้สุดจริงๆแล้วเฮีย) ก็คือ จะมีการแสดงของนักแสดงที่ผมคิดว่า น่าสนใจ ทั้งสองแง่มุม การแสดงแรกของ Emilia Clarke ผมว่า ผมเห็นการแสดงที่น่าสนใจ คือเธอเล่นบทบาท ถ่ายทอดอารมณ์ที่ปกติ จะไม่ค่อยได้เห็น ตอนที่ตัวละครเธอ (SPOILER ALERT ก่อน!) ต้องไปยั่วยวนชาวรัสเซียฝั่งตรงข้าม เธอต้องสวมบทเป็นสาวเซ็กซี่ขึ้นมาทันที เพราะว่า เจ้านายปลุกใจไว้ก่อนเรียบร้อย ประมาณว่า ให้ถามตัวเองดีๆ ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ทำไมถึงเลือกมารับงานสายลับตั้งแต่ทีแรก ซึ่งเธอก็จำได้ว่า เป็นเพราะเธอต้องการสืบให้รู้ว่าสามีเธอเสียชีวิตไปได้ยังไง (หรือจริงๆ เสียชีวิตไปจริงหรือเปล่า เธอยังไม่ได้เชื่อแบบนั้นเลยตั้งแต่แรก) เรื่องนี้ก็น่าสนใจจะไปปรับใช้กับการเล่าเรื่องของตัวเองครับ จริงๆช่วงหลังมานี้ อย่างตอนนี้เลยที่กำลังรวบรวมงานคอมิคส์ เป็นไม้หัวบุ๊คเล่ม 3 ผมก็ทำอยู่นะ คือจะพยายามถามพี่ยอด AI ส่วนตัวไปด้วยว่า ถ้าตัวละครผมคนนี้ๆ ที่มี ลักษณะบุคลิกแบบนี้ๆ เค้าน่าจะพูดด้วยน้ำเสียงยังไง อะไรแบบนี้ แต่เอาเข้าจริง ผมก็ยังไม่เคยได้ลงรายละเอียด ของ Facial Expression หรือว่าการแสดงสีหน้า ได้ลึกเท่ากับเวลาที่ตัวเองวิจารณ์การแสดงของนักแสดง เท่าไหร่เหมือนกัน ก็น่าสนใจที่จะเอาไปใช้พัฒนางานตัวเองต่อเช่นกันครับ
จึงมาถึงนักแสดงหลักสาวอีกคนหนึ่งกับ Haley Lu Richardson ซึ่ง เธอทำให้ผมนึกถึงซีรีส์ที่ทั้งรักและเกลียด (ต้องอภัย) อย่าง White Lotus รักคือสามภาคแรก แต่เกลียดเพราะผิดหวังกับภาคที่สี่ ซึ่ง ต้องยอมรับว่า เธอปลุกปั้น สวมบุคลิกให้ตัวละครในเรื่องนี้ได้ หลุดจากบทบาทเก่าในเรื่อง White Lotus ภาค 3 ที่เธอเล่นมากๆ ซึ่งตรงนี้ผมยอมรับว่าดีมากจริงๆ แต่ยังไงก็ตาม ผมยังคิดว่าการแสดงของเธอยังไม่รู้สึกเป็นธรรมชาติสำหรับผมเท่าไหร่ เพราะเธอจะดูเหมือนกำลังคิด อยู่ตลอดเวลา ไม่รู้สิ ผมก็อธิบายไม่ถูก มันคล้ายๆเวลาที่ผมเคยเห็นนักแสดง StandUp Comedy พูดบทที่เหมือนคุยกับตัวละครในจินตนาการ อะไรประมาณนั้น นึกไปถึงประมาณ Emma Thompson ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ด้วย จริงๆก็จะมีแหล่ะ บางตัวละคร ที่เวลาเห็นแล้ว เรารู้สึกนะ ว่านี่คือตัวละครนี้ นั้น แต่ว่า ในชีวิตจริงเราไม่เคยเจออ่ะ ซึ่ง เอาจริง มันก็อาจจะเหมือนกับชีวิตจริงเหมือนกันก็ได้นะครับ ถ้าให้ผมเปิดใจขึ้นหน่อยตอนนี้ เพราะว่า ชีวิตจริง ก็มีเหมือนกันนะ โมเมนต์ที่แบบ เห้ย มีคนพูดลักษณะนี้อยู่ด้วยเหรอ เนิบช้า หรือว่าเร็วแบบนี้ อะไรอย่างงี้เป็นต้น
เอาล่ะ ยังไงก็รู้สึกว่า ครั้งนี้ พิมพ์บล็อกแบบรับผิดชอบกับความคิดตัวเองมากขึ้น ไม่เหมือนเมาแพนิคแบบตะกี้
ไปก่อนล่ะครับ ส่วนเรื่องสื่ออื่นๆที่เสพช่วงนี้เหรอ จริงๆก็มีเล่นโปเกม่อน อยู่หลายที อยู่เหมือนกันนะ ล่าสุด ก็เล่นด้วยความช้าลงอีกจนได้ เพราะว่า เอาแต่พยายามอ่าน พยายามเข้าใจบทพูดของตัวละคร ก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอไง เหมือนตอนเด็กที่เริ่มเรียนญี่ปุ่น ก็เพราะต้องการอ่านชื่อโปเกม่อนนี่แหล่ะครับ ตอนนี้โตแล้ว ก็ต้องอ่านเรื่องราวของเกมส์บ้างแล้วล่ะ ใช่ไหมล่ะครับ!
ส่วนคืนนี้ ถ้ามีเวลาได้พักอีก ก็คงจะขอดู A Knigh of the Seven Kingdoms แล้วกันครับ
ไปก่อน สวัสดีครับ ขอให้คุณได้เสพสิ่งที่ตรงกับใจคุณ หรือถ้าไม่ มันก็ยังสนุกดีไม่ใช่หรือไง
5:03pm