มนุษย์ขี้เบื่อ - ใช้ชีวิตเหมือนเล่นเกมส์ - ภารกิจต่อไป
12:56pm เอาล่ะๆ เริ่มทำงานครับ บล็อกก่อน จะได้ให้พี่ยอดอ่านบล็อกอีก จะได้แค๊ปที่คุยกับพี่ยอดอีก แล้วก็เอาไปลงเก็บในโฟลเดอร์อีก โว้ยตาย นี่เม็มจะเต็ม ต้องจ่าย iCloud ก็เพราะว่าตูขี้คุยใช่ไหมนี่ ก็ทำไงได้ครับ บทสนทนามันมีความสำคัญนะ โดยเฉพาะกับผม ที่ต้องฟังใจเสมอ แล้วก็ เอาสิ่งที่เรียนรู้ไปเข้าระบบ (หืม มาไงวะเนี่ยทอง) เอาว่าเป็นการเตือนตัวเองอ้อมๆครับ ว่าวันนี้ถ้ามีโอกาสก็อยากเอาอัลบั้มที่คุยกับพี่ยอดไว้เป็นล้านข้อความได้ (มันเยอะจริงนะคุณ คิดภาพ คนที่คิดตลอดเวลา แล้วก็คุยกับ ai ตลอดเวลาอ่ะ) เอามาจัดเรียงให้เรียบร้อยขึ้นเสียหน่อย (จับเวลาทำพอนะ อย่าติดกับความสมบูรณ์ที่ไม่มีจริง) แล้วเดี๋ยวยังไงคืนนี้จะได้บล็อกเป็นภาษาญี่ปุ่นลงที่ note.com ด้วยครับ บอกกับตัวเองตั้งแต่ตื่นนอนเช้านี้แล้ว เพราะเมื่อวาน บล็อกไปแล้วไม่จบ เล่าเรื่องการทำหนังสือภาพ (หรือนิยาย หรืออะไรก็ตาม ค่อยเคาะได้ป่ะอาทิตย์หน้าตอนที่ขึ้นโครงเสร็จ) เล่าเรื่องการขึ้น 15 บีตของเล่ม 3 ซีรีส์หนังสือไม้หัวน่ะครับ สุดท้ายตะกี้เลย ยอมตัดใจ ปล่อยไปละ โพสต์แม่มไปเลยครับ แบบที่ไม่เสร็จๆนั่นแหล่ะ ดี จะได้เป็นการสร้างโมเมนตั้มให้ตัวเอง
เช้านี้ ก็ได้เริ่มคุยกับพี่ยอดต่อเรื่องของ เล่ม 4 ที่จะมีชายกลางเป็นตัวเอกครับ จนได้เข้าใจเพิ่มอีกเยอะมาก การโยงเอาความรู้เรื่อง บุคลิกตัวละคร ที่ผู้คนสมัยนี้ก็ฮิตกันมากกับ MBTI ในการทำความเข้าใจตัวละคร เพื่อเอาเขียนเป็น Character Arc คือสนุกมาก จนทำให้ต้องได้กลับไปดู 3 เล่มที่ผ่านมาอีกครั้งว่า ได้เขียนอะไรที่มันดู ขัดกับบุคลิก ของตัวละครไหมน่ะ …อ่าวเห้ย ไหนบอกจะเล่าเรื่องไม้หัวที่บล็อกญี่ปุ่น ฮ่าๆ จริงด้วย แหม่ ก็ ทำไงได้ล่ะ ไฟกำลังมา
ถึงวันนี้จะเล่าแซ่บถึงโปเกม่อน แต่ก็ยังไม่เบื่อทามาก็อตจินะจ๊ะ ไปต่อครับ มิชชั่นคุณพ่อลูกดก
บล็อกนี้เรามาเล่าปรัชญาผ่านงานเสพกันเหมือนเคยครับ เช้านี้ก็ยังคงเอาโปเกม่อน พกไปเล่นตอนออกไปซื้อกาแฟ กับรูทีนประจำวันนะ เมื่อวาน ตั้งทีมโปเกม่อน ให้ปิกาจูมาร่วมทีม ไปสู้กับโปเกม่อนตัวใหม่ ที่เป็นเหมือน skunk ส่งกลิ่นเหม็น จนสู้ชนะทำให้ตั้งแคมป์เพิ่มได้ในอีกพื้นที่หนึ่งครับ แล้วก็เลยวันนี้ ได้กลับไปรายงานตัวกับคุณหัวหน้า ซักอย่างเนี่ยแหล่ะ คือภาคที่ผมเล่นตอนนี้คือ Arceus น่ะครับ เป็นเหมือนการย้อนยุคโลกโปเกม่อนประมาณนั้น ที่เข้าใจอ่ะนะ คือผมชอบนะ มาพูดเชิงปรัชญาดีกว่า การเล่นเกมส์ สิ่งที่มันหายไปพร้อมกับพี่ชายผม เห้ย พี่ชายผมยังมีชีวิตนะ! หมายถึง หายไปจากบ้านที่อยู่กับผมนี่ เพราะเด็กๆอ่ะ เวลาไปเล่นห้องพี่ชาย เค้าก็จะเล่นเกมส์อยู่ตลอดครับ ซึ่งเกมส์ประเภทที่มันอินกับผมเนี่ย ก็คือ RPG หรือที่เรียกว่า Role Play เนี่ยแหล่ะ ซึ่งเนี่ยแหล่ะ คือ โลกคู่ขนานของผมที่หายไป การค่อยๆไล่ตามมิชชั่น ที่เกิดขึ้นตลอดของตัวละคร สิ่งนี้ที่ผมลืมไป แล้วก็ไม่ได้เอามาใช้ในชีวิตจริง เพราะในเกมส์ เวลาที่คุณทำภารกิจอะไรสักอย่างเสร็จ เกมส์ก็จะไม่ปล่อยให้คุณล่องลอยอยู่ในสุญญากาศ เกมส์จะบอกเสมอว่า อ้าว เค ป่ะ ไปต่อ เมืองต่อไป คู่ต่อสู้ตัวถัดไป หรืออะไรก็ตามที่ ‘ถัดไป’ ตรงนี้แหล่ะ ที่ผมก็เผลอลืมในหลายๆที ไม่ก็รู้แหล่ะ ว่ามีอะไรถัดไปรออยู่ แต่ก็แบบ เออ ไม่ทำให้จบดีกว่า ซึ่งมันก็เลยทำให้ชีวิตตัวเอง ‘ค้างเติ่ง’ อยู่ในสุญญากาศ ประมาณนั้นครับ อย่าง เมื่อเช้านี้ มีไปรายงานกับหัวหน้ารองอีกคนนึง ก็ทำให้ได้ดาว เพิ่มเป็น 3 ดวง (เป็นเหมือนยศอะไรสักอย่างของตัวเองอ่ะ) แล้วก็ มีไปรายงานผลการจับโปเกม่อนในทุ่งหญ้า กับศาสตราจารย์ในภาคนี้ด้วย เหมือนจะชื่อ ลาเวนเดอร์นะ บอกว่า ผมจับปิกาจูได้นะวันก่อน เนี่ย พวกนี้ อะไรเล็กๆน้อยๆ เหมือนที่ตอนนี้ผมทำอยู่ กับการรายงานตัวที่บล็อกทุกวันธรรมดาเนี่ยแหล่ะครับ มีไม่ลืมที่จะเตรียมตัวให้พร้อม ซื้อผลหมากรากไม้ หรือหยูกยาให้พร้อม ไว้ปลุกตัวละครเมื่อโดนท่าโจมตีทำให้หลับ หรือว่า โดนพิษจากโปเกม่อนธาตุพิษด้วยครับ
เนี่ยแหล่ะ ในเมื่อชีวิตจริง ไม่ได้มีบทสรุปเกมส์คอยกำกับ ผมก็ต้องอาศัยสะท้อนชีวิตตัวเองผ่านบล็อก วางแผนอนาคตไปกับพี่ยอด AI ก็คงต้องประมาณนี้แหล่ะนะ อ้าว เลยไม่ได้พูดเข้าหัวข้อเลย มนุษย์ขี้เบื่อคืออะไร ก็นอกจากโปเกม่อนแล้ว (จับเวลาให้ตัวเองเล่นก็ประมาณ 15 นาทีแหล่ะ แต่ก็มีเกินเลยไปบ้าง) ก็ยังคงเลี้ยงทามาก็อตจิต่อเนื่องครับ ได้ข้อคิดเรื่องความขี้เบื่อก็เพราะ ต้องไม่ลืมที่จะหาของเล่นใหม่ๆมาตกแต่งฉาก ให้ลูกน้อยของเราได้โดด ได้มุด อยู่เสมอน่ะครับ ประมาณนี้ก่อน มิชชั่นโปเกม่อน เริ่มกลับมาให้ได้ฝึก มิชชั่นทามาก็อตจิ ก็เลี้ยงลูกตัวใหม่เพิ่มไปเรื่อย สร้างอาณาจักรแห่งความน่ารัก ส่วนมิชชั่นส่วนตัว ก็โน่นครับ ต้องไปเปิดแพลนเนอร์ที่วางแผนไว้แล้วสำหรับวันนี้ คืนนี้เจอกันได้ที่บล็อกญี่ปุ่น
มะตะเน่~~~~~~~~
1:11pm
ป.ล. มาสรุปความคิดภาพรวมอีกครั้ง ถ้าให้เทียบคืนกลับไปที่เกมส์ ว่า ที่จริงผมก็ไม่ได้ตั้งคำถามภาพใหญ่สุดว่า สุดท้ายต้องปิดเกมส์โปเกม่อนให้จบ หรือว่า เล่นทามาก็อตจิให้ครบเลี้ยงให้ได้ 50 ตัว เสียหน่อย แต่ผมก็สนุกได้จากการค่อยๆตามปิดตามเก็บมิชชั่นต่อไป เรื่อยๆ ประมาณนั้น นั่นคือตัวผม ที่เอนจอยกับ การเดินทาง กับมิชชั่นต่อไปก็เพียงพอ (ภาพใหญ่ อาจจะนานๆคิดที) รวมถึง ถ้าเกิดว่า ตัวเองพอใจ อยู่เฉยๆ ไม่คิดจะเดินหน้าไปมิชชั่นต่อไปเลย มันก็คงจะเบื่อ เหมือนกับโปเกม่อน ที่จุดนึง ผมผมไม่ได้สนใจ จะพยายามเข้าใจ ‘เนื้อเรื่อง’ ว่าจริงๆแล้ว เกิดอะไรกับโลก กับตัวละคร เพื่อที่จะไปทำมิชชั่น แต่ดันสนใจกับภาพเล็กเกินไป เช่น เอาโปเกม่อนที่มี มัวแต่ฟูมฟักเพิ่มเลเว่ล มันก็จะทำให้เราเบื่อ หมดไฟในการเล่นต่อเช่นกัน ชีวิตจริงก็คงแบบนั้น ภาพใหญ่เราก็มองด้วย ภาพเล็กเราก็ต้องทำให้สนุก มันก็คงประมาณนั้นล่ะมั้งครับ เลี้ยงไม้หัวด้วยการเล่าให้จบเป็นเรื่องๆไป สุดท้าย ก็เอาไปตียิม ด้วยการพาตัวเองไปงานแฟร์ เอาหนังสือไปขายเนี่ยแหล่ะ การเก็บเลเวล ดูโปเกม่อนเราแปลงร่าง ก็คงเหมือนการทำหนังสือให้จบไปทีละหน้า เพื่อจะได้เห็นผลงานเราออกมาเป็นรูปร่าง ไม่ว่าจะหนังสือภาพ หรือนิยาย หรืออะไรก็ตามนั่นเอง