อีเวนท์ที่จะมาถึง - การกลับมาของอนิเมชั่น - ไม้หัวอาไคฟ์
12:04pm วันนี้มาบล็อกหน่อยครับ วันจันทร์ที่ผ่านมาไม่ได้บล็อก ขอทำแต่เช้า จังหวะรอแม่เดินกายภาพในน้ำครับ ขอแบ่งเป็นสามหัวข้อ โดยเว้นเรื่องงานเสพไปก่อน มีช่วงนี้ดู Knight of the Seven Kingdoms ตอนล่าสุดยังไม่จบ แล้วก็ เปิดอ่านหนังสือ จิ๋วลอยน้ำ ไปได้นิดหน่อย ส่วน ทามาก็อตจิ ก็เลี้ยงลูกแปดคนแล้วครับ วันนี้ก็ให้พี่เลี้ยงเลี้ยงไปก่อน ส่วนหนังสือที่อยากอ่านตอนนี้จริงๆ กลับเป็น หนังสือว่าด้วยการจัดสรรเวลาเพื่อทำงานแล้วก็การจัดการการเงินของญี่ปุ่น เล่ม 生きのびる แล้วก็เล่ม อีกเล่มที่เป็นการ์ตูน การผจญภัยการเงิน ครับ
เรื่องแรกก่อนดีกว่า สรุปอีเวนท์ตอนนี้ จะมีช่วงปลายเดือนหน้าจะบินลงไปภูเก็ตเพื่อขายอาร์ตทอยครับ แล้วก็ กลับมาที่กทม. ต้นเดือนเมษา ก็จะได้แวะไปร่วมงานกับ งานสัปดาห์หนังสือ กับเซสชั่นการได้แชร์ กระบวนการทำไม้หัว ตื่นเต้นนะ แล้วก็กลัวด้วย เพราะจะเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ได้อธิบายให้สาธารณชน (จริงๆ ก็เคยแล้วแหล่ะ ตอนที่เคยไปออกงานกับ happening ครั้งนึง แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ โซโล่เองแบบไม่มีพิธีกร 50 นาที เหมือนที่กะจะไปครั้งนี้ครับ) คิดว่า อาจจะพูดทวน หรือต่อยอดจากที่เคยคุยไว้ ตอนจัดนิทรรศการตัวเอง อยากได้แบ่งปัน สำคัญสุดคือ ‘กระบวนการ’ ‘การใช้สกิลที่เรามี’ อะไรพวกนี้ครับ แล้วก็ใช่ๆ เรื่องของ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ หรือว่า กลวิธีการแก้ไขปัญหา ในเชิงสร้างสรรค์ เช่น การเขียนบล็อก ที่ผมทำอยู่นี่ หรือว่า การสุ่ม เพื่อจำกัดการคิดไม่จบ เป็นต้น (ถ้ามีได้หยิบเอาประสบการณ์ที่ไปเรียนที่อังกฤษมาพูดด้วย คงจะแฮปปี้มากๆ เดี๋ยวต้องขอวางแผนก่อนครับ)
ต่อมา เรื่องอนิเมชั่น เมื่อวาน เพิ่งจบไปเลย เซสชั่นที่คิพถึง ได้ต่อสาย วิดิโอคอลคุยกับ Mike Wiesmeier ซึ่งเป็นครูชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นศิลปินซึ่งเคยทำงานกับดิสนีย์อนิเมชั่นด้วยครับ! เป็นโชคดีมากๆที่ได้เรียนกับเค้า ตั้งแต่ตอนปี 2023 (ใช่ไหมนะ) เรื่อยมาระยะเวลาหนึ่งตอนนั้น (ช่วงที่ทะเยอทะยานไปหน่อย พยายามปิดซีน ชายกลางอ่านหนังสือที่ป้ายรถเมล์ จนยังไม่จบเลยวันนี้ ไว้เดี๋ยวเราเจอกันอีกทีนะ) โดยครั้งนี้คุยกับไมค์ว่า จะอยากกลับมาใช้สกิลอนิเมชั่น เพื่อเล่าชายเล็ก (ไมค์เสนอว่า ลอง pantomime แปลว่า ไม่มีบทพูด ผมก็ว่าน่าสนใจนะ เราจะได้ฝึก ‘การแสดง’ ที่เป็นจุดเด่นของ อนิเมชั่น ให้เห็นบุคลิกของชายเล็กชัดๆ) โดยเรากะจะทำกันประมาณ 5 วินาทีครับ โดยวีคแรกการบ้านคือไปลองสเก็ตช์ thumbnails มาก่อน ให้ได้มากที่สุด สองแบบใหญ่คือ ชายเล็กเดี่ยว กับอีกเวอร์ชั่นมีหนอนน้อย โดยไมค์เน้นว่า ‘Don’t judge or eliminate any ideas even how silly it seems!’ ครับ ซึ่ง ทำให้ได้คิดถึงงานอนิเมชั่นที่ซ่อนแอบอยู่ใน IG Archive แล้วก็ งานชายกลางรถเมล์ นำ ไป ส่ง พารากราฟต่อไป
ตัวอย่างงานช่วงที่ explore คาแรกเตอร์ตัวละครในจักรวาลไม้หัว ด้วยการใช้โจทย์จากตัวอักษรญี่ปุ่น กับการฝึกการอินเมตโดยย่อยการเคลื่อนไหวตาม key poses ครับตอนนั้น นี่คือที่ถูกซ่อนใน instagram ที่ต้องได้นำไปจัดเก็บให้ดีต่อไปครับ
การทำไม้หัวอาไคฟ์ จำเป็นมากครับ การที่จะฝันต่อไป โดยมีระบบ หรือรากฐานรองรับ สำคัญมาก วันก่อน มีโอกาสได้กลับไปเจอ งานที่ซ่อนไว้ในไอจี WATSAK อยู่เยอะมาก ซึ่งก็เสียดายมากๆ ที่ไม่ได้มีโอกาสต่อยอด หรืออย่างน้อย เอามาแสดงให้ผู้อ่าน ผู้ชมได้ดูกัน เพราะตอนนั้นในอดีต น่าจะเป็นจังหวะของการ พยายามนิยามตัวเองให้ชัดในฐานะนักเขียนล่ะมั้งครับ เลยทำให้ เก็บงาน หลายๆอย่างที่อาจจะทำให้ภาพโฟกัสไม่ชัดเจน แต่วันนี้ ผมชัดเจนชึ้นอีกครั้ง ว่าตัวเองก็คือ ‘นักเขียน นักวาด อนิเมเตอร์อิสระ’ ซึ่ง ‘สรรค์สร้าง จักรวาลไม้หัว เพื่อเล่าเรื่อง’ นี่ล่ะครับ ดังนั้น การกลับไปหางานอนิเมชั่น ก็ไม่ต่างจากการกลับไปฝึกภาษาญี่ปุ่นอีกครั้ง เหล่านี้เป็นเสมือนสีหรือเครื่องมือทางศิลปะ อีกชุด ที่จะมาช่วยให้ผม ‘เล่าเรื่องไม้หัว’ ได้ต่อไป ซึ่ง แน่นอน การจัดเก็บให้เรียบร้อย เพื่อต่อยอด หรือว่า เชื่อมโยงจักรวาล ตัวละคร เรื่อง โลก จะทำให้งานที่ผ่านมาไม่เสียคุณค่า รวมถึง ช่วยตัวผมเอง ในการต่อยอดงานไปข้างหน้าด้วย โดยแบ่งสถานที่เก็บงานก็ประมาณนี้ครับ
เว็บไซต์ที่นี่ (หน้าบ้าน)
แชนเนลออนไลน์ต่างๆ (note.com, webtoon, instagram)
คัมภีร์ชายเล็ก ซึ่งเป็นหนังสือที่อยากไว้รวบรวม ตัวละคร เรื่อง โลก ไม้หัว ไว้อ้างอิงการแต่งเรื่องต่อไปในสื่อต่างๆ (หลังบ้าน physical)
iCloud storage (หลังบ้าน digital)
Evernote (หลังบ้าน digital)
ประมาณนี้ก่อนครับ เริ่มเขียนนานไปหน่อยละ ขอไปก่อนครับ เขียนเยอะไปก็จะพาลเสียพลังงานมากไปครับ
ขอให้วันนี้คุณได้จัดระบบความคิด ชีวิตตัวเอง เพื่อสานฝันของคุณต่อไปเช่นกัน สวัสดีครับ
ป.ล. เพิ่งได้ว่าช่วงนี้ (ที่จริงๆป่วยไข้หวัดเกือบหายแล้วครับ) มีดูสารคดีทาง Disney+ นี่หน่าใช่ เป็น footage ตอนช่วงที่ Walt Disney ก่อสร้าง สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ที่ Anaheim, California ครับ สุดยอดมากๆ ทึ่งมากๆกับ vision ที่เค้ากล้าฝันแล้วก็ การรวบรวมทีมงานและ professionals มาร่วมแรงกันทำงานได้ขนาดนี้ อ้อ แล้วก็มีดู การ์ตูน Elemental ด้วยครับ ประทับใจมากกับความ Contemporary ของเนื้อหา ภาพยังคงซับซ้อนจนทีแรกตั้งอคติว่า เบนใจความไปไหม แต่สุดท้าย ก็กลับได้รู้สึก และเห็น ถึงแก่นของเรื่อง ทำให้เข้าใจว่า มันก็เป็นไปตามสเกลของสตูดิโอเค้าด้วยแหล่ะ เลย เปิดใจ แล้วก็ค่อยๆรักขึ้นเรื่อยๆครับเรื่องนี้ ไว้มีโอกาสคงได้ฟรีไรต์เพิ่มเติมครับ เอาว่า ผมมองว่าตัวเอง (spoiler alert!) มีทั้งความอิสระในการตามฝันแบบเวด แต่ก็ยังมีความรู้สึกภาระหน้าที่ความเป็นลูกแบบเอมเบอร์ด้วยครับ หนังมีส่วนผสมของเรื่อง Soul ในการตามฝัน แล้วก็เรื่อง Turning Red ที่พูดถึง minority people ที่ต้องช่วยงานบ้าน (เรื่องหลังผมยังดูไม่จบนะ ดังนั้นไม่มีสิทธิ์เสียงพูดถึงได้เต็มปากครับ) แต่สิ่งหนึ่งที่ชอบมาก ในความใหม่ของเรื่องก็คือ ความ romantic ที่ดูผู้ใหญ่กว่าความ disney, pixar เป็นตัวแทนหนังรักคอมเมดี้ดีๆเรื่องนึงสมัย 90 ได้เลย เก่งมาก รวมถึง การ research อย่างหนัก เพื่อเล่น pun, jokes but ‘nerdly and scientifically’ ของธาตุทั้งสี่ ที่ทำได้ดีมาก บางทีอาจรู้สึกแน่นไปหน่อย แต่องค์รวมก็ยังทำให้เราว้าวได้ สม pixar ซึ่งจริงๆเป็นลายเซ็นนึงของเค้ามานานแล้ว กับมุกที่ชาญฉลาดแบบนี้ ที่จะเห็นได้บ่อยตั้งแต่หนังเรื่องแรกๆอย่าง Toy Story หรือ A Bug’s Life เรื่อยมา ที่นับถือมากๆ คือซีนที่มีความจำเพราะและ สร้างสรรค์ อย่างการทีพระเอกขอให้เพื่อนคุณป้าพายุ สร้างฟองอากาศให้นางเอกไปดูดอกไม้ อันนี้คือ มีความ sweet + pop culture มากๆ นึกถึงแรงบันดาลใจ ความ sci-fi แบบการ์ตูนมังงะ หรืออนิเมะ แบบญี่ปุ่นมาเลยครับ
เอ่อ…. ไปๆมาๆ อดไม่ได้ กลายเป็น mini-freewrite หนังไปเลยแล้วกันครับ ไปจริงละบายจ้า ออ ปิดลูปการเล่า ส่วนสารคดีดิสนีย์แลนด์อีกหน่อยด้วยว่า ชอบประโยคเด็ดสุดๆของดิสนีย์ที่บอกว่า มีคนกังขาว่า ใช่สิ เค้ามีตังค์ ไม่ต้องมากังวลเรื่องเงิน ประมาณนั้น แต่เค้ากลับบอกว่า เค้าก็ต้องคิดเรื่องเงิน เพียงแต่เค้าคิดว่าจะต้องเอามาสร้างสรรค์ความฝันเค้าอย่างไร มากกว่าเอาไปเก็บไว้ตรงไหน ประมาณนั้นครับ inspiring มากๆ แต่ๆๆๆ ผมก็เชื่อ ว่าการที่ดิสนีย์สำเร็จได้ เพราะเค้าทำงานเป็นทีม มีคนนึงเป็นความฝัน อีกคนเบื้องหลัง อย่างพี่ชายของเค้า ก็ต้องคอยจัดการดูแลเรื่องการเงิน หรือการมีระบบรองรับความฝันนั่นเองครับ โอเค ไปจริงละ ขอให้คุณฝันได้สำเร็จด้วยระบบ ที่ทำให้ไม่ต้องเลื่อนวันเปิดสวนสนุกแห่งจินตนาการของคุณนะ!