บล็อกวันพุธ: กลับไปหาแก่นตัวเอง
11:06pm คืออะไรครับ คุณเคยได้ถามตัวเองไหม สำหรับผมเหรอ ก็ถามมาตลอดทุกวัน อาจจะด้วยการคุยกับตัวเอง คุยกับคนอื่น หรือที่แน่ๆ สิ่งที่เรียนรู้ได้ดีที่สุด ในช่วงเวลาที่มีชีวิตมาจนถึงวันนี้ ก็คือผ่านการกระทำนั่นเอง แล้วก็ ไม่ใช่แค่การกระทำทั่วไปนะครับ การกระทำ ที่ไม่มีใครบังคับ ใครกดดัน ใครมาสั่งให้คุณทำ แต่ตัวคุณ เลือก ที่จะยกตัวเองออกจากเตียง หยิบสตางค์ในบัญชี ที่ไม่รู้ว่าจะมีเหลือใช้ถึงตอนไหน เอามาลงทุน ลงแรง ลงใจ กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้น การกระทำนั้นแหล่ะ ที่จะช่วยตอบได้ดีที่สุด ว่าแก่นของคุณ คืออะไรที่กำลังร่ำร้อง เหมือนเปลวเพลิง ที่จ่อก้นม้าไฟ ให้วิ่งทะยานไปข้างหน้า ในปีแห่งการเติบโต ควบไปกับความก้าวหน้า ปี 2026 นี้
และสิ่งที่สาธยาย เกริ่นไว้ยืดยาว สำหรับผม ที่เป็นแก่นแห่งตัวตน ก็คือ Animation นั่นเองครับ สิ่งที่ ทำให้ผมตื่นตาตื่นใจ นึกถึงตอนเด็ก ที่เดินเข้าโรงหนัง จำได้ถึงกลิ่นของพลาสติก สีของของเล่น น่าจะเป็น ตุ๊กตาเจ้าแฮมหรือเปล่านะ ที่เป็นหมูออมสินในเรื่อง ไม่ก็อาจจะเป็นโมเมนต์ที่เดินเข้าไปใน McDonald’s ก็ได้ กับพี่เลี้ยง ไม่ก็พี่แม่บ้าน ที่ไปดูหนังเป็นเพื่อนผม เดาว่าน่าจะเป็นเซ็นทรัลลาดพร้าวน่ะนะครับ กับเรื่อง Toy Story ใช่แล้ว
ทีนี้ ทำไมมาเกี่ยวกับ อนิมเชั่นได้ยังไง (ซึ่งถ้าคุณสังเกต ผมก็เริ่มนำอนิเมชั่นที่เคยทำไว้ ไม่ว่าจะเป็น GIF สั้นๆ หรือว่า ซีนอนิเมชั่นสั้นๆ ขึ้นมาโชว์อีกทีบน Instagram บ้างล่ะ หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ค้นหาตัวตนให้ชัด ในแง่ของ นักสร้างจักรวาล นักเขียน เล่าเรื่องราวไม้หัว จนวันนี้ มันชัดขึ้นเรื่องๆ ว่า เมนของผมก็คือเรื่องราว ดังนั้น ผมเห็นแล้ว ว่าอนิเมชั่น จะมาช่วยทำหน้าที่ ก็คือ ช่วยเล่าเรื่อง ในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่อาจจะไม่ใช่ทางหลัก เพราะว่า มันเป็นสื่อที่ต้องการเวลา แล้วก็ความอดทน และสมาธิอย่างสูง (แต่ ถ้าจะลองทำแบบ เฟรมน้อยๆ มันก็พอไปไหวนะตัวเธอ) โอเค ผมพูดจนลืมประเด็นไปแล้วครับ) ไม่เป็นไร จะพิมพ์ต่อไปก่อน เพราะการฟรีไรต์ ก็จะเป็นอีกวิธีในการเข้าถึงไฟแห่งแก่นของจิตวิญญาณของเรา ก็คือ ปีที่แล้ว ปี 2025 เรียกว่าเป็นปีแห่งการ รีเทิร์นรักหาภาษาญี่ปุ่น ปีนี้ 2026 ผมก็ขอให้เป็นปีรีเทิร์นรักให้กับอนิเมชั่นแล้วกันครับ เรื่องของเรื่อง ก็อาจจะเป็นฟืนไฟที่ถูกจุด ส่งต่อเป็นเหมือนกับ การวิ่งผลัด จากอาจารย์ ครู Mike Wiesmeier ที่ผมเคยได้เรียนด้วย ทาง คอร์สอนิเมชั่นออนไลน์ ที่หาทางอินเตอร์เน็ตนี่แหล่ะครับ เค้าส่งอีเมล ถามว่า ใครอยากจะต่อซีนอนิเมชั่นที่เคยทำไว้ให้จบ เรียนตัวต่อตัวกันได้นะ ผมก็เลยแบบ เออ ไม่ได้ละ เป็นจังหวะที่เราก็อยากจะหยิบสกิลตรงนี้มาปัดฝุ่น มาต่อยอด เพราะตอนนี้ อาร์ตทอยก็อยู่ในกล่องพร้อมขายแล้ว ขาดเพียงแต่การโปรโมต เล่าเรื่อง ขายของต่อไปเนี่ยแหล่ะ ที่ผมมองว่า อนิเมชั่นก็จะกลับมาช่วยได้ครับ
เลยมาสู่การเรียน ครั้งที่สองเมื่อวานครับ และนี่คือโฉมหน้าของ thumbnails sketches ของ 6 เส้น gag ที่ผมลองวาดไอเดีย เป็นชายเล็กที่กำลังหยอกล้อ เล่นกับ หุ่นอาร์ตทอยครับ วาดไปวาดมา เลยได้เห็นว่า ชายเล้กไม่ได้ดูเรียบร้อย เหมือนที่เค้าแสดงออกภายนอกเลย เวลาอยู่กับอาร์ตทอย (ที่บังเอิญปั้นตามเจ้าตัวเสียด้วยสิ) เจ้าตัวเลยออกอาการหมั่นไส้ขึ้นมาล่ะมั้งครับ ตุ๊กตาอะไร ใบเขียวยิ่งกว่ามนุษย์ต้นไม้ ทำให้ได้เป็นไอเดีย การทำอนิเมชั่นขนาดสั้น 6 แบบครับ โดย ที่เห็นเป็นคอมเมนต์ก็คือที่ไมค์ช่วย feedback กลับมาให้ครับ หนึ่งอย่างของการทำงานสร้างสรรค์ที่มีค่ามากๆ กับการฟังเสียงจากภายนอก เพื่อเอามาสะท้อนต่อว่า เราจะยังไงดี เห็นด้วยไม่เห็นด้วย อันไหนอยากเอามาปรับใช้ในงานบ้าง เป็นต้น จนเราคุยกันว่า น่าจะเป็นแนวทางที่ 2 ที่จะ develop ต่อครับ เพราะว่า ผมก็รุ้สึกท้าทายดี ที่จะได้วาด อนิเมตให้ชายเล็ก จากท่านอน มาเป็นเดินไปเดินมา จนสะดุด ลอยขึ้นกลางอากาศด้วย ประมาณนั้น ซึ่ง ถ้าจะเอาความรู้จาก Walt Stanchfield ที่เพิ่งอ่านเช้านี้มาใส่ด้วย ก็ต้องไม่ลืม เรื่องการวาด มือ และ เท้า ให้เห็นชัดๆ เพราะสองสิ่งนี้จะช่วย visualize story เพื่อ readibility ได้ดีมากๆครับ เป็นสิ่งที่ไมค์บอกผมเมื่อคืนพอดี คือบางโพสต์ยังดูแล้วไม่เก๊ทในทันที อันนี้ก็น่าสนใจมากนะ เรื่องของ
เป็นไงครับ ลองดูซิว่า คุณจะเก๊ทมุกของชายเล็กบ้างไหมอ่ะ (ห้ามถามต้นลิท็อปตอบฉันทีนะ)
Subtlety vs Clarity ครับ ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนชอบอะไรลงลึก อะไรเนิบช้า ละเอียดอ่อน ทำให้ บางที มันอาจจะซับซ้อนไป ในการนำมาเล่า ในเวลาอันสั้น แต่ผมก็ภูมิมใจที่ผมเป็นแบบนี้ของผมนะ จะได้สุดท้ายหากันจนเจอตรงกลางพอดีครับ ไม่ตื่นเขินไป แล้วก็ไม่เข้าถ้ำไปจนทุกคน say bye
โอเค หมดเวลาแล้วแหล่ะ เขียนมันส์มือเลยดิครับ ก็มันตื่นเต้นได้กลับไปเจอรักแท้ของเรานี่นา
บายครับ ขอให้คุณไม่ลืมรักเก่า (ที่ร้อนแรงยิ่งกว่ารักจากมนุษย์!!!)