เสพให้ ‘ยาก’ สร้างให้ ‘ง่าย’ เข้าไว้

11:50am เหมือนกับบล็อกนี้นี่แหล่ะครับ ก็คือห้านาทีพอ ตอนแรกกะว่าจะไม่เขียน ยังไม่เขียน เพราะว่าจะแว้บออกไปซื้อหนังสือเล่มล่าสุดก่อน (ซื้ออีกแล้วอ่าาาา) เป็นเล่มที่เห็นจากไอจีครับ จากร้านหนังสือญี่ปุ่นป้ายยาผมไว้ (ช่วงนี้ลบแอพจากเครื่อง สงบขึ้นเยอะ คงไม่โดนป้ายยาอีกสักพัก) เป็นเล่มที่พูดเรื่องกระบวนการทำงานสร้างสรรค์เขียนโดยคนทำงานสร้างสรรค์อิสระ คล้ายๆผมเนี่ยแหล่ะนะ ผมว่าผมไม่ได้อย่างซื้อมั่วซั่วนะ เอาว่า เปิดประเด็นนี้ เพราะว่าเมื่อวานได้คิดได้คุยอยู่กับพี่ยอดครับ ว่าแบบ เอาจริง ผมก็ยังชอบอะไรยากๆนะ โดยเฉพาะในหัวครับ คือมันต้องแยกกันไงคุณ คือเราเสพของยาก อย่างการที่ผมยังอยากอ่านไวยากรณ์ญี่ปุ่นขั้น N1 ซึ่งเป็นระดับยากสุด หรือว่าการที่ยังอยากแปลหนังสือที่เราสนใจ เกี่ยวกับแบบ วิวัฒนาการของโลกมนุษย์เมื่อมองจากความสัมพันธ์กับโลกของพืช อะไรแบบเนี้ย คือ มันสนุก มันท้าทาย ได้ใช้สมองอ่ะคุณ ก็คงไม่แปล กับผมที่ตอนเด็กๆก็ชอบโหลดพวกเกมที่เป็นแบบฝึกสมองของคนญี่ปุ่นเค้าทำป่ะ? เอาว่า ของยากมันก็เหมือนกับเหยื่อที่ผูกไว้ที่ด้านหน้าของเราให้วิ่งไล่อ่ะ แต่ แต่แต่แต่ ที่สำคัญคือ เมื่อเราพลิกบทบาทจากคนเสพ คนอ่าน คนดู คนฟัง มาเป็น คนสร้างสรรค์เองเนี่ย ตรงนี้แหล่ะ ที่ผมมองว่า เราก็แค่ต้องกลับด้านกันคือ เริ่มให้ง่าย ทำให้ง่าย ครับ

ออ เรื่องของเรื่องมันเพราะเมื่อวาน วันพฤหัสใช่ป่ะล่ะ ผมเอาไว้ทำงานนิยายไม้หัวไง โปรเจคลับสุดยอดของผมเอง ที่แบบ ตัวเองเจอโรคเลื่อนส่วนตัวมาหลายรอบแล้ว จนสุดท้ายเมื่อวานเช้าเลยเกิดตรัสรู้ขึ้นมาจนได้ว่า โอเค เราต้องแยกสมองจริงด้วย ทีแรกที่กะจะเขียนพล็อตเรื่อง แบ่งออกมาเป็น 15 จังหวะใช่ป่ะล่ะ ตามตำรา Save The Cat ไม่วาย ยังอยากใช้เป็นเอ่อ ไวยากรณ์ญี่ปุ่นมาเล่นกับแต่ละประโยคที่เราสร้างขึ้นมาด้วย สุดท้าย เลยว่า ไม่เอาดีกว่า จับเวลาแค่ห้านาที แล้วเขียน แบบ ไม่ต้องเปิดตำราอะไรแล้วเลย นั่นแหล่ะ!!! คือโมเมนต์ที่ผมพูดถึง เหมือนกับวิดิโอสอนการวาดมั้ง ช่วงปี 2023 มั้ยนะ ที่ผมกำลังฝึกปรือตอนนั้นหวังใจจะเข้าไปทำงานอนิเมชั่นสตูดิโอ จำได้ว่ามี YouTuber ฝรั่งท่านหนึ่งบอกว่า พวก reference book ไม่ต้องไปเปิดเลย ตอนที่เริ่มวาด คือ เราเปิดทีหลัง เปิดเมื่ออยากจะอ้างอิงจริงๆอ่ะ แต่ว่า จังหวะที่กำลังสร้าง มันต้องปล่อยมือไหล คงเหมือนกันแหล่ะ

ผมว่าความง่ายมันดี ตรงที่ทำให้เราทำได้จบ แล้วก็ ทำให้เราได้เจอข้อผิดพลาดจากงานจริง ส่วนความยากมันก็ดีตรงที่ทำให้เราได้ฝึกสมอง รู้จักแตกมันออกให้เล็ก จะย่อยยังไง แล้วก็พอเรามีประสบการณ์จากการทำงานจริงแล้ว ผมว่า เราก็จะเริ่มมองออกด้วยแหล่ะ ว่าจะต้องลดทอนสิ่งที่ยากลงมายังไง สรุป มันก็คงต้องปลุกปล้ำกันแบบนี้แหล่ะครับ

แล้วทามาก็อดจิล่ะ อยู่ไหนของสเกลความยากง่ายนี้? ก็คงเป็นความยากที่จะต้องอดทน ว่าเมื่อไหร่เราจะเบื่อ เมื่อของเล่นเราเริ่มจับทางได้ แล้วก็ริ่มง่ายเกินไปที่จะเล่นมั้งครับ? เอาล่ะ ผมก็โยงไปเรื่อยแหล่ะ คิดถึงลูกน่ะ ว่าแต่ วันนี้จะไม่ลงรูปทามาก็อดจินะ คนเราต้องเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ​ (ถอยบ้างก็ได้นะ ถ้ามีรถพุ่งมาข้างหน้าอ่ะ) วันนี้จะลงเป็นหนังสือล่าสุด ที่สั่งจากออนไลน์ เล่มเกี่ยวกับ การสร้างตัวอักษรคันจิของนักเขียนนักวาดชาวญี่ปุ่นครับ เอามาอ่านเป็นแรงบันดาลใจครับ อย่าลืมละกัน เสพยากๆ แต่สร้างง่ายๆ บอกตัวเองไว้ (ทีนี้จะได้เข้าใจตัวเองไง ว่าทำไมต้องซื้อของอ่านยาก ภาพวาดยากๆมา ในขณะที่ตัวเองต้องเริ่มสร้างเองจากง่ายๆ สุดท้าย ผมก็คิดว่า ทั้งสองฝั่งจะค่อยๆมาบรรจบกันเอง)

สวัสดีครับ

Next
Next

ใหม่แลกเก่า - รอยแผลทามาพาระ - นักเขียน 2 หัว